x
x

เจาะลึกชัดๆ 5 ข้อ! ทำไมแมนซิตี้ก้าวเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีก


เป็นทางการแล้ว สำหรับแชมเปี้ยนใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ที่ได้แชมป์เพิ่มไปอีก 2 ลีก

ก่อนหน้านี้ บาเยิร์น มิวนิค การันตีแชมป์บุนเดสลีกาไปเรียบร้อยแล้ว เหลืออีก 4 ลีกที่ยับขับเคี่ยวกันอยู่ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทั้ง 4 ลีก ก็แทบจะแบเบอร์แล้วเหลือเพียงแค่ วันคว้าแชมป์อย่างเป็นทางการเท่านั้น

 ในพรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หากชนะแมนฯยูไนเต็ด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พวกเขาจะการันตีแชมป์ลีกทันที แต่เมื่อแมนฯซิตี้ พ่ายแมนฯยูไนเต็ด คาบ้าน ทำให้การฉลองแชมป์เลื่อนมาอีกหนึ่งสัปดาห์

แมนฯซิตี้ ลงสนามก่อน ในคืนวันเสาร์ และต้องเจอเกมที่ยากมาก ด้วยการไปเยือนเวมบลีย์ ของสเปอร์ส แต่พวกเขายังแข็งแกร่งพอ สามารถเอาชนะได้อย่างสวยงาม 3-1

นี่เป็นการโยนแรงกดดันให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่สุดท้าย ทีมปีศาจแดง จะเล่นได้อย่างน่าผิดหวัง ในเกมเมื่อคืน ก่อนพ่ายเวสต์บรอมวิช ทีมบ๊วยของตาราง คาบ้านไป 0-1

นั่นทำให้เวลานี้ คะแนนในพรีเมียร์ลีก ขาดลอยเรียบร้อยแล้ว ต่อให้แมนฯยูไนเต็ด ชนะทุกเกมที่เหลือ แล้วแมนฯซิตี้ แพ้ทุกนัดที่เหลือ ยังไงก็ไล่ไม่ทันอยู่ดี

คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมแมนฯซิตี้ ถึงเป็นแชมป์ได้อย่างสวยงามแบบนี้ พวกเขา มีจุดแข็งตรงไหนบ้าง ไปเริ่มไล่เรียงกันเลย

1) เกมรุกไร้เทียมทาน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ผ่านมา 33 นัด ยิงได้ 93 ประตู เฉลี่ยเกือบเกมละ 3 ประตู

แนวรุกนั้นแข็งแกร่งตั้งแต่ปีที่แล้ว มีเควิน เดอ บรอยน์ , กุน อเกวโร่ , กาเบรียล เชซุส , ลีรอย ซาเน่ ,ดาบิด ซิลบา และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทั้งหมดเล่นกันได้ดีตั้งแต่ซีซั่นก่อน แต่มาซีซั่นนี้ ทีมยิ่งเข้าขากันมากขึ้น และทำประตูได้ทุกคน

ตัวที่เพิ่มเติมเข้ามาอีกคน คือ แบร์นาโด้ ซิลวา ก็เป็นนักเตะที่มีคุณภาพ คือตัวรุกทดแทนกันได้หมด ซึ่งเมื่อยิงกระจุยทุกเกมแบบนี้ ใครก็ต้านทานยาก

2) เกมรับสุดยอด

แมนเชสเตอร์ เร่งแก้ไข คือแนวรับ พวกเขาทุ่มเงินซื้อนักเตะในตำแหน่งแนวรับ มาถึง 5 คน แต่ละคนค่าตัวมหาศาลทั้งสิ้น

ไล่ตั้งแต่ นายทวารมือหนึ่งคนใหม่ เอแดร์ซอน จากเบนฟิก้า ราคา 34.9 ล้านปอนด์ ตามด้วยไคล์ วอล์กเกอร์ แบ็กขวาจากสเปอร์ส 45 ล้านปอนด์ , ดานิโล่ จากเรอัล มาดริด 26.5 ล้านปอนด์ , เบนจาแม็ง เมนดี้ 49.3 ล้านปอนด์ , อายเมอริก ลาป๊อกต์ จากแอธเลติก บิลเบา 57 ล้านปอนด์

เมื่อมาบวกกับตัวที่มีอยู่ก่อน ทั้งก็องปานี , โอตาเมนดี้ และ สโตนส์ นั่นทำให้กองหลังของซิตี้ แกร่งอย่างกับทีมรวมดารา และไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะเป็นทีมที่เสียประตูน้อยสุดในลีก

3) เป๊ปหลากหลาย

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คว้ามือเปล่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่มาคราวนี้ เขาศึกษา และเข้าใจบอลอังกฤษมากขึ้น รู้ดีว่า เวลาเจอกับทีมไหน ต้องวางแท็กติกส์อย่างไร

ซีซั่นนี้กวาร์ดิโอล่า ใช้แผนเปลี่ยนไปตลอด จาก 4-3-3 ,3-4-3 ,3-5-2 หรือ 4-2-3-1 ก็ยังเคย เขาปรับเปลี่ยนตลอด เพื่อให้คู่แข่งจับทางยาก และเลือกใช้นักเตะตรงกับแผนที่วางเอาไว้

การเป็นแชมป์ของแมนฯซิตี้ในซีซั่นนี้ เต็มไปด้วยสไตล์ที่เฉียบขาด คล่องแคล่ว รวดเร็ว และอันตราย ซึ่งคีย์สำคัญก็คือ การมีโค้ชที่ชื่อกวาร์ดิโอล่าเนี่ยล่ะ

4) ขุมกำลังสำรองเพียงพอ

ปัญหาของหลายๆทีม ที่เผชิญหน้ากับเกมที่เชี่ยวกรากในพรีเมียร์ลีก คือ นักเตะตัวหลัก กับ ตัวสำรอง ทดแทนกันไม่ได้เลย

เมื่อนักเตะตัวหลักเจ็บ ตัวสำรองก็ทำทีมเสียแต้มรัวๆ แต่ปัญหานี้ไม่เกิดกับทีมเรือใบสีฟ้า แบ็กซ้ายแพงสุดในโลกที่ซื้อมา เบนจาแม็ง เมนดี้ เจ็บไป เป๊ป ก็มีทั้งฟาเบียน เดลฟ์ และ ดานิโล่ ที่เล่นฝั่งซ้ายได้

กองหน้า กุน อเกวโร่ เคยเจ็บไปพักหนึ่งก็มีเชซุส ที่แทนได้ทันที รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ อิลคาย กุนโดกัน เคยเจ็บยาว กว่าจะหายก็เข้าเดือนกันยายน แต่ก็กองกลางมากมายที่เล่นได้

ดังนั้นเมื่อทุกคนทดแทนกันได้หมด ต่อให้มีตัวเจ็บตัวแบน แต่แมนฯซิตี้ ก็ผ่าวิกฤติไปได้สบายๆ

5) ทีมอื่นแผ่วกันไปเอง

แมนฯซิตี้อาจจะแกร่งมาก แต่ประเด็นคือไม่มีทีมไหนที่ดีพอจะต่อกรกับพวกเขาด้วย

แมนฯยูไนเต็ด สามวันดีสี่วันไข้ บทจะแกร่งก็แกร่งมาก แต่ก็แพ้ทีมบ๊วยของเวสต์บรอมได้เหลือเชื่อ  เช่นเดียวกับลิเวอร์พูล ต้นซีซั่นเสียแต้มเยอะจนเกินไป จะมาเร่งฟอร์มท้ายๆฤดูกาลก็ช้าไปแล้ว

เช่นเดียวกับสเปอร์ส เชลซี และอาร์เซน่อล ที่หลุดวงโคจรลุ้นแชมป์ไปเลย

เมื่อไม่มีทีมที่ดีพอจะต่อกร ทำให้แมนฯซิตี้ไปสู่แชมป์ได้ง่ายๆ และบางที ถ้าทีมคู่แข่งยังไม่เร่งเครื่องขึ้นมา เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็จะป้องกันแชมป์ได้อีกสมัยแน่ๆ