x
x

ก่อนถึงอินทรีเหล็ก : ย้อนรอย 16 ทีมตกรอบสุดช็อคในฟุตบอลโลก

"แชมป์เก่า"เยอรมันไม่ใช่ทีมแรกที่ตกรอบแบบพลิกความคาดหมาย ไปดูกันว่าในอดีตมีทีมใดบ้างที่ตกรอบแบบสุดช็อคในศึกฟุตบอลโลก

เยอรมัน - 2018
เยอรมัน ประเดิมสนามฟุตบอลโลก 2018 ด้วยการพ่ายต่อ เม็กซิโก 0-1 แต่เกมที่สองพวกเขาเอาชนะ สวีเดน 2-1 ด้วยประตูชัยในช่วงทดเวลาเจ็บของ โทนี โครส ทำให้หลายคนเชือว่าอินทรีเหล็กจะกลับมาได้

อย่างไรก็ตามเกมสุดท้ายพวกเขากลับพ่ายต่อ เกาหลีใต้ 0-2 แบบพลิกความคาดหมาย ตกรอบแรกด้วยการเป็นทีมบ๊วยของกลุ่ม กลายเป็นแชมป์เก่าทีมที่สี่ที่ต้องตกรอบในฟุตบอลโลกครั้งต่อมา

ฝรั่งเศส - 2002
ฝรั่งเศส แชมป์ฟุตบอลโลกปี 1998 เดินทางไปป้องกันแชมป์ในปี 2002 ที่เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพร่วม ด้วยดาวดังเต็มทีมทั้ง ซีเนดีน ซีดาน, เธียร์รี อองรี และ ดาวิด เทรเซเก้ต์

ด้วยเพื่อนร่วมกลุ่มอย่าง เดนมาร์ก, อุรุกวัย และ เซเนกัล หลายคิดว่าคงไม่ใช่งานที่ยากเกินไปของพลพรรคทีมตราไก่ แต่กลายเป็นพวกเขาเก็บได้เพียงแต้มเดียวจากการ แพ้ต่อ เซเนกัล, เดนมาร์ก และเสมอ อุรุกวัย โดยยิงประตูใครไม่ได้เลย ตกรอบแรกไปแบบเหนือความคาดหมาย

บราซิล - 1966
บราซิล แชมป์เก่าในปีดังกล่าว เดินทางมาป้องกันแชมป์ที่ประเทศอังกฤษในฐานะทีมเต็งแชมป์ นำทัพโดยดาวยิงอันดับหนึ่งของโลกเวลานั้นอย่าง"ไข่มุกดำ"เปเล

อย่างไรก็ตามพลพรรคเซเลเซากลับโชว์ฟอร์มย่ำแย่อย่างไม่น่าเชื่อ และตกรอบแรกจากการแพ้ทั้งฮังการีและโปรตุเกส จบเพียงอันดับสามของกลุ่ม

อิตาลี - 2010
มาร์เซโล ลิปปี้ คุมทัพอิตาลีมาลุยศึกฟุตบอลโลก 2010 หลังจากสี่ปีที่แล้วพวกเขาคือแชมป์โลก ด้วยนักเตะในทีมที่แทบจะเป็นชุดเดิมกับครั้งแล้วทำให้คาดว่าพวกเขามีโอกาสดีที่จะป้องกันแชมป์ได้

อัซซูรี เริ่มต้นรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเสมอกับ ปารากวัย และ นิวซีแลนด์ ตามด้วยพ่ายต่อ สโลวะเกีย 2-3 ในเกมนัดสุดท้าย ตกรอบแรกไปแบบพลิกความคาดหมาย ซึ่งลิปปี้ก็ประกาศลาทีมหลังจากนั้นไม่นาน

สเปน - 2014
สเปน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2010 ต่อด้วยแชมป์ฟุตบอลยูโร 2012 ด้วยฟอร์มการเล่นที่เหนือชั้น และเต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีล้นทีม จนได้รับการคาดหมายว่าพวกเขาจะต่อยอดความสำเร็จได้อีกในปี 2014

อย่างไรก็ตามพวกเขาประเดิมสนามด้วยความพ่ายแพ้แบบเละเทะต่อ เนเธอร์แลนด์ 1-5 หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่อุบัติเหตุแต่ไม่ใช่แบบนั้นเมื่อนัดต่อมีพวกเขายังแพ้ต่อ ชิลี 0-2 ตกรอบแบ่งกลุ่มโดยทันที แม้นัดสุดท้ายจะแก้ตัวเอาชนะ ออสเตรเลียได้ก็ตาม

อาร์เจนตินา - 1958
ฟุตบอลโลกปี 1958 เป็นครั้งแรกที่ อาร์เจนตินา กลับมาร่วมทำการแข่งขันนับตั้งแต่ปี 1934 และถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ในปีนั่น

ทีมฟ้าขาวประเดิมสนามด้วยการพ่ายต่อ เยอรมัน แชมป์เก่า แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องชวนช็อคเท่านัดต่อมาที่พวกเขาแพ้ เชโกสโลวาเกีย 1-6 ตกรอบแรกด้วยการเป็นทีมบ๊วยและผลต่างประตูได้เสีย -10

อาร์เจนตินา - 2002
อาร์เจนตินา อยู่ใน"กรุ๊ป ออฟ เดธ"ของฟุตบอลโลกปี 2002 ร่วมกับ อังกฤษ, ไนจีเรีย และ สวีเดน แต่พวกเขายังถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ของปีนั้น

ทีมฟ้าขาวประเดิมเกมแรกด้วยชัยชนะเหนือ ไนจีเรีย 1-0 แต่แพ้ด้วยสกอร์เดียวกันต่อ อังกฤษ และพลาดท่าโดน สวีเดน น็อคในเกมสุดท้ายตกรอบแรกไปแบบหักปากกาเซียน

Valderrama Colombia 1994
โคลอมเบีย - 1994
ฟุตบอลโลก 1994 บนผืนแผ่นดินอเมริกา โคลอมเบียสานต่อความสำเร็จหลังคว้าอันดับ 3 ในโคปาอเมริกา 1993 ด้วยการผ่านเข้ามาเล่นเข้าเล่นในเวิลด์คัพได้เป็นสมัยที่ 3 โดยอยู่ร่วมกลุ่มกับเจ้าภาพ สหรัฐอเมริกา, โรมาเนีย และสวิตเซอร์แลนด์

แต่พวกเขากลับพ่ายต่อ โรมาเนีย ในเกมประเดิมสนาม 1-3 ต่อด้วยพ่ายต่อเจ้าภาพ 1-2 ตกรอบแรกอย่างพลิกความคาดหมายแม้จะชนะ สวิตเซอร์แลนด์ในเกมส่งท้าย

ซึ่งเป็นที่มาของเหตุสลดเมื่อ แอนเดรส เอสโคบาร์ ผู้ทำเข้าประตูตัวเองในนัดพบกับอเมริกา เดินทางกลับถึงบ้านเกิดแล้วโดนยิงเสียชีวิตขณะออกไปเที่ยวบาร์

โปรตุเกส - 2002
โปรตุเกส ถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์ของกลุ่ม D ในฟุตบอลโลกปี 2002 ด้วยเพื่อนร่วมสายอย่าง โปแลนด์, สหรัฐอเมริกา และ เกาหลีใต้

อย่างไรก็ตามขุนพลฝอยทอง กลับพ่ายในเกมประเดิมสนามต่อ อเมริกา 2-3 ก่อนจะมาแก้ตัวได้เมื่อเอาชนะโปแลนด์ 4-0 ในเกมต่อมา อย่างไรก็ตามประตูชัยของ ปาร์ค จี ซอง ในเกมสุดท้าย ก็ทำให้ คริสเตียโน โรนัลโด้ และผองเพื่อนต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบนี้

อิตาลี - 2014
อิตาลี ประเดิมสนามในฟุตบอลโลก 2014 ด้วยฟอร์มอันสวยหรูเอาชนะ อังกฤษ 2-1 ทำให้ไม่น่าจะเป็นงานยากสำหรับพวกเขาในอีกสองเกมที่เหลือกับคู่แข่งอย่าง คอสตาริกา และ อุรุกวัย

แต่กลายเป็นว่านัดต่อมาขุนพลอัซซูรีกลับพ่าย คอสตาริกา แบบเหลือเชื่อ 0-1 ก่อนที่นัดสุดท้ายจะพ่าย อุรุกวัย แบบเจ็บแสบ 0-1 ตกรอบแรกหน้าตาเฉย

อังกฤษ - 2014
เช่นเดียว อิตาลี ในปี 2014 อังกฤษมาในฐานะหนึ่งในทีมที่ถูกจับตามองนำทัพโดย เวย์น รูนีย์ ยอดดาวยิงจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แต่กลายเป็นสิงโตคำรามเก็บได้แต้มเดียวจากสามนัด และยิงได้เพียง 2 ประตู กอดคอ อิตาลี ตกรอบแรกไปแบบช้ำใจ

สเปน - 1998
สเปน จับฉลากมาอยู่ในกลุ่ม D ของศึกฟุตบอลโลก 2018 ร่วมกับ ไนจีเรีย, ปารากวัย และ บัลแกเรีย ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเกินกำลังของพวกเขาในการผ่านรอบแรก

แม้ว่าพวกเขาจะเก็บได้ 4 คะแนนและเกมสุดท้ายถล่ม บัลแกเรีย ขาดลอย 6-1 แต่เมื่อนับ เฮดทูเฮด ครบทุกทีมแล้วกลายเป็น ไนจีเรีย และ ปารากวัย ที่ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป ปล่อยให้กระทิงดุต้องตกรอบแบบเจ็บปวด

ฝรั่งเศส - 2010
ฟุตบอลโลกปี 2010 คือปีที่ฝรั่งเศสต้องเข้าร่วมท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งและความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างโค้ช, นักเตะ, ทีมงาน, สื่อมวลชน รวมไปถึงแฟนบอล จนทำให้สมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสเจอเรื่องปวดหัวตั้งแต่ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์

นิโกลาส์ อเนลก้า ถูกส่งกลับบ้านหลังวิจารณ์การทำทีมของ เรย์มงด์ โดเมเน็ค ตามด้วย ปาทริช เอฟรา นำทีมนักเตะประท้วงไม่ยอมฝึกซ้อม จึงไม่แปลกเลยที่ทั้งสามเกมทีมตราไก่จะไม่ชนะทีมใดเลยและยิงได้เพียงประตูเดียว กลับบ้านอย่างสมใจ

โปรตุเกส - 2014
ผลงานของโปรตุเกสก่อนถึงฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้ายที่ประเทศบราซิลนั้นค่อนข้างลุ่มๆ ดอนๆ พวกเขาจบอันดับ 4 ในปี 2006 ก่อนจะผ่านเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายในปี 2010 ทว่าโรนัลโด้และผองเพื่อนกลับไม่อาจผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอาท์ได้ในกลุ่มที่มีทีมอย่าง เยอรมัน, สหรัฐอเมริกา และกานา

พวกเขาจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการมีแต้มเท่าสหรัฐอเมริกา ทว่ากลับต้องตกรอบด้วยผลต่างประตูได้เสีย เพราะความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับต่อเยอรมันไป 4-0 ในนัดแรกของทัวร์นาเมนต์

เบลเยียม - 1998
เบลเยียมผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาแล้วสามรั้งติดต่อกันในฟุตบอลโลก ก่อนจะถึงฟรองซ์ 98 และพวกเขาก็คิดว่าน่าจะจบได้อย่างน้อยอันดับสองในกลุ่มที่ประกอบด้วย ฮอลแลนด์, เม็กซิโก และเกาหลีใต้

ทว่าทีมปีศาจแดงแห่งยุโรปกลับไม่อาจเก็บชัยชนะได้เลยแม้แต่นัดเดียว และต้องกลับบ้านด้วยผลเสมอทั้งสามนัดรวด

สเปน - 1978
ทีมชาติสเปนอาจไม่ใช่ตัวเต็งแถวหน้าในตอนนั้น แต่ก็คงไม่มีใครคาดว่าพวกเขาจะแพ้ออสเตรียในนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ และต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านเมื่อผ่านไปสามนัดเท่านั้น แม้ว่าจะชนะสวีเดน 1-0 ในนัดสุดท้ายก็ตาม