x
x

สิ่งที่ "คล็อปป์" ต้องทำในช่วงเปิดตลาดนักเตะรอบ 2

หลังจากเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกชนะ เบิร์นลี่ย์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดอ่อนของ "หงส์แดง" ที่ทุกๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันก็คือขุมกำลังสำรองที่ยังขาดคุณภาพในการที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะนำระบบโรเตชั่นมาใช้กับทีม และนั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทีมต้องมีการขยับตัวเพื่อเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมนี้
    การใช้ระบบสับเปลี่ยนหมุนเวียนผู้เล่นเป็นเรื่องปกติสำหรับทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีก (รวมทั้งทีมชั้นนำในยุโรป) เนื่องจากบรรดาบิ๊กโฟร์ มีโปรแกรมแน่นเอี๊ยดในช่วงเวลานี้จนถึงปีหน้า และการจะใช้นักเตะชุดเดิมลงเล่นตลอด แน่นอนว่าทีมคงระส่ำเพราะนักเตะคงมีสภาพร่างกายกรอบพระรามแปด และอาจจะนำไปสู่ผลการแข่งขันที่ไม่น่าอภิรมย์

    ฉะนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ คล็อปป์ ตัดสินใจเปลี่ยนทีมถึง 7 คนในเกมกับเบิร์นลี่ย์.....แน่นอนว่ามันไม่ผิดกับเรื่องแนวคิด แต่มันพลาดเรื่องขุมกำลังที่มี เพราะเทียบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่โรเตชั่นทีมในเกมวัตฟอร์ด แม้ช่วงท้ายเกม "เรือใบสีฟ้า" อาจจะเป๋แต่เป็นเพราะพวกเขาดันเล่นผ่อนเกมเกินไป เพราะหากเน้นซะหน่อย สกอร์คงขาดลอยยิ่งกว่านั้น

 


    กลับมาที่ "เดอะ เร้ดส์" การเปลี่ยนทีมทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" รู้แจ้งเห็นจริงว่านักเตะที่จะลงมาทดแทนผู้เล่น 11 ตัวจริง ยังไม่ดีพอที่จะแบกทีม และแน่นอนว่าตอนนี้เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ที่ตลาดพ่อค้าแข้งฤดูหนาวจะเปิดฉาก ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ คล็อปป์ จะไม่อยู่เฉยในการเสริมแกร่งให้กับทีมเพื่อลองรับโปรแกรมหฤโหดหลังปีใหม่

    อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า 11 ตัวจริงของ ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในขุมกำลังที่เยี่ยมที่สุดในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี แต่กำลังสำรองยังห่างชั้นกับ แมนฯ ซิตี้, เชลซี หรือแม้แต่ อาร์เซน่อล ฉะนั้นการเสริมทัพในเดือนม.ค.เป็นทางเลือกเดียวที่พวกเขาจะต้องทำเพื่อเบียดกับทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในการลุ้นแชมป์ไปจนกระทั่งจบซีซั่น


    สำหรับในเวลานี้นักเตะที่ ลิเวอร์พูล อยากได้มากๆ ก็คงหนีไม่พ้นชื่อของ คริสเตียน พูลิซิช ปีกดาวรุ่งจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งตกเป็นข่าวกับ เชลซี ด้วยเช่นกัน และถึงขนาดแว่วๆ มาว่า "สิงห์บลูส์" พร้อมทุ่มเต็มที่เพื่อดึงนักเตะรายนี้มาเสริมทัพ แต่ติดตรงนี้ พูลิซิช อยากร่วมงานกับ คล็อปป์ มากกว่า

    แน่นอนว่าหาก พูลิซิช ย้ายมาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ เกมแดนกลางของ "หงส์แดง" จะแกร่งขึ้นทันตาเห็นและมีมิติมากขึ้น เพราะตอนนี้ คล็อปป์ มีนักเตะสำคัญที่ชนะใจเขาได้แล้ว 1 คน ก็คือ เซอร์ดาน ชากีรี่ ที่กำลังฟอร์มขึ้นหม้อ และหากได้ ดาวเตะชาวอเมริกัน มาร่วมทีม ยิ่งทำให้ กุนซือเลือดด๊อยท์ช มีทางเลือกในการสลับสับเปลี่ยนผู้เล่นในแดนกลางมากยิ่งขึ้น

    ศักยภาพของ พูลิซิช สามารถขับมาเล่นตรงกลางได้สบายๆ เรื่องนี้ คล็อปป์ รู้ดี เพราะเคยร่วมงานกับนักเตะมาแล้วตอนที่เขาอายุราวๆ 16 ปี ในช่วงสุดท้ายตอนทำงานเป็นนายใหญ่ "เสือเหลือง" ฉะนั้นในบางเกมที่ต้องการพัก ชากีรี่ หรือ เจมส์ มิลเนอร์ ทีมก็ไม่ขาดพลังขับเคลื่อนเกมบุก

    นอกจาก พูลิซิช แล้วนักเตะอีกรายที่ คล็อปป์ จับตามองตาไม่กระพริบก็คือ เคเรม เดเมียร์บาย จาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ ทำไม "หงส์แดง" ถึงต้องดึงแข้งรายนี้มาร่วมทัพ !!?? ก็เหมือนกรณีของ พูลิซิช นั่นล่ะ คล็อปป์ รู้จักศักยภาพของ เดเมียร์บาย มาตั้งแต่สมัยยังเล่นให้ ดอร์ทมุนด์ ก่อนย้ายไปอยู่กับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในปี 2016


    กองกลางวัย 25 ปีสร้างผลงานได้น่าประทับใจในเกมบุนเดสลีกา อย่างมาก และนั่นทำให้เขากลายเป็นตัวหลักของต้นสังกัด และมีชื่อติดทีมชาติเยอมนีไปเรียบร้อยแล้ว

     งานนี้หลายคนตั้งข้อสงสัยหาก ลิเวอร์พูล ดึง เดเมียร์บาย มาร่วมทีมคงทำให้แดนกลางแน่นเอี๊ยดจนแทบไม่มีทางเดินแต่อย่าลืมว่าเมื่อมีการแข่งขันสูง ยิ่งช่วยดึงศักยภาพของนักเตะออกมา เพราะงานนี้บรรดาผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันทั้ง นาบี เกอิต้า, จอร์จิโอ ไวนัลดุม, อดัม ลัลลาน่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลคแชมเบอร์เลน รวมทั้ง ฟาบินโญ่ ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ


    ในส่วนของเกมรับแม้ว่าตอนนี้ ลิเวอร์พูล จะมี 2 กองหลังที่ยืนเป็นหลักก็คือ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โจ โกเมซ แต่ในเกมล่าสุดกับอาการบาดเจ็บของ โกเมซ ทำให้ "หงส์แดง" จำเป็นต้องเสริมทัพตรงจุดนี้เป็นการด่วน ไม่งั้นอาจจะนำมาสู่ปัญหาในระยะยาวได้

    ลองคิดดูซิ ลิเวอร์พูล สามารถทาบสถิติเสียประตูน้อยที่สุดกับการเล่นลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษในช่วง 15 นัดแรกได้ หลังจากพวกเขาเพิ่งเสียไปเพียง 6 ประตูเท่านั้น กับการลงเล่นศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาล 2018-19 นั่นแสดงให้เห็นว่าแกนหลักในเกมรับอย่าง ฟาน ไดค์ และ โกเมซ เป็นกุญแจสำคัญมากๆ

    แล้วตอนนี้ โกเมซ เกิดอาการเดี้ยงซะแล้ว หรือหาก ฟาน ไดค์ มีปัญหาบาดเจ็บด้วยล่ะ คล็อปป์ จะทำยังไง ? ครั้นจะฝากผีฝากไข้ไว้กับ เดยัน ลอฟเรน และ โจเอล มาติป งานนี้ คล็อปป์ คงคิดหนัก ฉะนั้นการดึงเซนเตอร์ฮาล์ฟอีกคนจึงเป็นทางเลือกที่จำเป็นมากๆ

    สำหรับตอนนี้คนที่ คล็อปป์ เล็งๆ เอาไว้คงหนีไม่พ้น ฌอง-แกลร์ โตดิโบ แนวรับจาก ตูลูส เพราะนักเตะรายนี้มีทุกอย่างครบทั้งความสามารถและสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง ยิ่งตอนนี้ โกเมซ เดี้ยง งานนี้ คล็อปป์ ต้องเดินเครื่องรีบยื่นข้อเสนอดึงตัวมาร่วมทีมให้ได้ เพราะหากรอไปถึงตอนช่วงจบซีซั่นนี้มีสิทธิ์อาจชวดได้ เนื่องจากมีหลายทีมชั้นนำที่อยากได้ตัวเช่นกัน

    ในส่วนของกองหน้าตอนนี้ 3 ประสาน "เอสเอ็มเอฟ" ทั้ง ซาดิโอ มาเน่, โม ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มฝืด ไม่ใช่ว่ายิงประตูไม่ได้ แต่ไม่ได้ร้อนแรงจนโกล์คู่แข่งขาสั่น แถมในบางเกมที่สามทหารเสือไม่ได้ลงสนามไม่ว่าจะเพราะอาการบาดเจ็บ หรือเรื่องระบบทีม หรือแม้แต่การโรเตชั่น แนวรุกของ "เดอะ เร้ดส์" เครื่องเดินสะดุดทุกที

    อย่างเกมล่าสุดกับ เบิร์นลี่ย์ ทั้ง ดิว็อค โอริกี้ กับ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ยังไม่ดีพอที่จะเป็นตัวจริง แต่หากเป็นตัวสำรองกรณีนี้สาวก "เดอะ ค็อป" ยกมือชูสองแขน เพราะทั้งสองคนลงมาเป็นซูเปอร์ซับชั้นยอดจริงๆ


    ดังนั้น คล็อปป์ ต้องหาทางเลือกเพิ่มโดนเป้าอาจจะไปตกที่ อุสมาน เดมเบเล่ กองหน้าชาวฝรั่งเศส ที่ดูเหมือนอนาคตจะไม่ค่อยสดใสกับ บาร์เซโลน่า ไม่ใช่นักเตะไร้ศักยภาพแต่อาจจะเกี่ยวกับการปรับตัว และเรื่องส่วนตัวของ เดมเบเล่ ที่คัมป์ นู

    สำหรับนักเตะรายนี้ก็เป็นหนึ่งในแข้งชั้นยอดของ ดอร์ทมุนด์ แม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงที่ คล็อปป์ กุมบังเหียน แต่ดีเอ็นเอในความเป็น "เสือเหลือง" ของทั้งสองคนน่าจะเข้ากันได้ไม่ยาก ยิ่งหาก ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ ย้ายมาเล่นกับทีมจริงๆ งานนี้ทางเลือกในเกมรุกของ ลิเวอร์พูล จะยิ่งอันตรายมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เพราะ เดมเบเล่ เล่นได้หลากหลายทั้งหน้าเป้าหรือขยับออกไปทางข้างก็ได้


    ฉะนั้นตอนนี้ได้เวลาที่ คล็อปป์ ต้องยอมรับแล้วว่าขุมกำลังในเชิงลึกของทีมยังขนาดความแข็งแกร่ง และนี่เป็นสิ่งสำคัญกับฟุตบอลในยุคปัจจุบันที่มีโปรแกรมแน่นเอี๊ยด การโรเตชั่นเป็นเรื่องปกติแต่เมื่อเปลี่ยนทีมแล้วศักยภาพของทีมดร็อปลง แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับทีมที่จะลุ้นแชมป์ลีก