x
x

"ชนาธิป" ไม่ได้เก่ง กว่าคนอื่น...?

ผมเจอ "เจ" ครั้งแรกในรายการ "เค แบงค์ ลิตเติ้ลลีก" เมื่อปี 2547 สะดุดตากับส่วนสูง 125 ซม แต่ดูเหมือนเด็กน้อยในสายตาผมวันนั้นมีอะไรพิเศษ กว่าเด็กคนอื่นๆ ในทีม ร.ร กีฬา กทม ผมเรียกเขามา พร้อมกับให้กรอกกระดาษประวัติส่วนตัวเพื่อเอามาลงหนังสือพิมพ์

    7 ปีต่อมา มีผู้ชายวัยกลางคนมาทักว่า จำเขาได้ไหม? ผมเคยให้กระดาษใบหนึ่งกับลูกชายเขากรอกเพื่อเอามาลงหนังสือพิมพ์ "ฟุตบอลสยาม" วันนี้เขาพาลูกชายคนนั้น มารับรางวัลนักฟุตบอลเยาวชนยอดเยี่ยม "ฟุตบอลสยาม โกลเด้นบอล" ในวัย 18 ปี

    "เอาตรงๆ ผมจำไม่ได้ครับ ฟุตบอลนักเรียน ไม่ได้ตามเลยครับคุณพ่อ ลูกพ่อชื่ออะไรครับ?"

ชื่อ "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์... พ่อเขาว่าอย่างนั้น พร้อมเรียกลูกชายที่เพิ่งไปสอยสูทจาก เซ็นทรัล ลาดพร้าว เผลอๆ น่าจะเป็นตัวแรกในชีวิตนักเตะคนนี้ ผมเห็นหน้าก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี

    หลังจากนั้น "ตาจุ้ง" ก้องภพ สรงกระสินธ์ คุยกับผมบ่อยขึ้น และผมเองเห็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ "เจ" อย่างต่อเนื่อง

    แต่กว่าจะก้าวกระโดดแบบนี้ "เจ" ล้มไม่เป็นท่า บ่อยครั้งเท่าที่เขาพยายามสู้ หลังเรียน ร.ร.กีฬา กทม ก็เดินสายคัดหลายโรงเรียนผิดหวังจนชิน สุดท้ายได้มาเรียนพ.ราชดำเนิน

    หลายคนมีคำถามว่า ทำไม "เจ" ยกมาตรฐานฟุตบอลของตัวเองเก่งกว่าคนอื่น กลายเป็นตัวหลักทีมชาติไทยแบบขาดไม่ได้ เช่นเดียวกับสโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโล ที่ควักเงินก้อนโตซื้อขาดจาก เอสซีจี เมืองทองฯ

    "เจ" ไต่เต้ากับทุกสโมสร หรือทีมชาติจากตัวสำรองทั้งนั้น ยกเว้น เมืองทองฯ ที่มาในฐานะดีกรีทีมชาติไทย เขาเองไม่ได้เก่งไปกว่านักเตะคนอื่นนะครับ

    ไม่ได้มีพรสวรรค์สูงอย่างที่หลายคนเห็นในสนามฟุตบอลในวันนี้ แต่ "เจ" ไม่เคยยอมแพ้ กับสิ่งที่เขาเคยพ่ายแพ้ในเกมฟุตบอลครับ จนเป็นที่มาของชัยชนะ

"ตาจุ้ง" พ่อของเจ ตบด้วยฝ่ามือ ฟาดด้วยที่สูบลมฟุตบอล เพื่อหวังจะให้ลูกพ่อค้าขนมหวานจากสามพราน เก่งเหมือน ดีเอโก้ มาราโดน่า เล่นฟุตบอลอาชีพให้ได้ ท่ามกลางคำดูถูกในสรีระของลูกชาย และถ้าไม่ใช่นักเตะอาชีพ "เจ" มีความพยายามไม่พอ อดทนน้อยกว่านี้ อาจจะเป็นพ่อค้าขนมหวานต่อจากพ่อ

    นั่นเป็นสิ่งที่ หนุน "เจ" ให้มีสมาธิกับฟุตบอลสูงมาก ทำงานหนักทุกครั้งที่ฝึกซ้อมและลงสนาม มองฟุตบอลเป็นเรื่องบวก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด เขาเอง กลับมาแก้ไขสิ่งผิดพลาด และยอมรับทุกครั้งถ้าหากต้องผิดหวังเรื่องผลการแข่งขัน หรือว่าต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงในทีม

    ทัศนคติของ ชนาธิป ในการมองโลกฟุตบอลดีมากๆ ความฝันของเขา ค่อยๆ รุกคืบ ขึ้นเรื่อยๆ จากสโมสรดีๆ สู่ทีมชาติ ต่อยอดสู่เจลีก สเต็ปต่อไป ก็คงหนีไม่พ้นสโมสรในยุโรปแน่นอน

    มองแล้วมีโอกาสเป็นไปได้สูงครับ ยิ่งเห็น "เจ" แตะหลบ ล็อกหนี ลอดขา นักเตะจีนแล้ว ยิ่งคิดไปไกลว่า "เจ" จะไปยุโรปในไม่ช้า

    แต่ทั้งหมด ยังยืนยันอีกครั้งว่า "เจ" ไม่ได้เก่ง พกพรสวรรค์มาแต่เด็ก แต่ เขาฝึกซ้อม เลี้ยงหลบกรวย ยิงประตู ซิทอัพ วิดพื้น โหม่งบอล หรือแม้กระทั่งโดนคู่แข่งล่อหน้าแข้ง ขาหลังเป็นหมื่นครั้งแสนครั้ง

    จนเป็นที่มาของ นักเตะเบอร์ 1 เมืองไทยในวันนี้

    "โยเล็ก"