x
x

คอลลีมอร์แนะมา! ทำไม เนเวส ถึงอาจช่วย ลิเวอร์พูล ได้

ทันทีที่ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018-19 จบลงพร้อมกับการที่ ลิเวอร์พูล ต้องผิดหวังจากการชวดแชมป์ลีก มันก็ทำให้หลายคนวิเคราะห์กันว่าพวกเขายังขาดอะไรอยู่ถึงไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกมาเชยชมได้ ทั้งที่จริงๆ พวกเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาโดยตลอดจนแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น

    หลายคนมองว่าคนที่ ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องซื้อคือกองหน้าพวกที่จบสกอร์เก่งๆ เพราะตอนนี้พวกเขามีปีกอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ที่นอกจากจะยิงเองได้แล้วยังสามารถลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษเพื่อผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมยิงต่อได้ด้วย แถมยังมี 2 ฟูลแบ็กจอมแอสซิสต์อย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่พร้อมจะเปิดบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตฅฌทษอรกต่างหาก
   
    อย่างไรก็ตาม สแตน คอลลีมอร์ อดีตกองหน้า ลิเวอร์พูล มองต่างออกไป โดยเขาคิดว่าเป้าหมายที่ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ควรจะไล่ล่าคว้ามาร่วมทีมให้ได้มากที่สุดคือ รูเบน เนเวส มิดฟิลด์ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ต่างหาก ซึ่งวันนี้เราก็จะมาวิเคราะห์ว่า เนเบส มีดีอะไรถึงทำให้ คอลลีมอร์ เชียร์สุดตัวขนาดนี้

    - เด็ดขาดในเกมรับ
    ในศึก พรีเมียรืลีก ที่เพิ่งปิดฤดูกาลลงไปนั้น ฟาบินโญ่ สามารถสไลด์แย่งบอลจากคู่แข่งได้เฉลี่ยแล้ว 2.1 หนต่อเกม เหนือกว่า มิลเนอร์ ซึ่งอยู่ที่ 1.4 หนต่อนัด และ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ซึ่งอยู่ที่ 1.2 หนต่อเกม เยอะพอตัว โดยทั้ง 3 คนที่ว่านี้ก็มักจะเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่ได้รับโอกาสจาก คล็อปป์ อยู่บ่อยๆ

    ถ้าวัดเฉพาะการสไลด์แย่งบอลจากคู่แข่ง เนเวส ก็ทำได้เท่ากับ ฟาบินโญ่ ที่ 2.1 ครั้งต่อเกม แต่มีด้านหนึ่งที่เขาเหนือกว่าทั้ง 3 มิดฟิลด์ในเบื้องต้นของ ลิเวอร์พูล นั่นคือการตัดบอลได้โดยที่ไม่ต้องพุ่งสไลด์ หลังจากที่เขามีค่าเฉลี่ยการตัดบอลได้โดยที่ไม่ต้องเข้าสกัด 2.1 หนต่อเกม

    สำหรับสถิติด้านดังกล่าวของ ฟาบินโญ่ อยู่ที่ 1 หนต่อเกมเท่านั้น ส่วนของ ไวจ์นัลดุม กับ มิลเนอร์ อยู่ที่คนละ 0.6 ครั้งต่อเกม นอกจากนี้ เนเวส ยังสามารถเคลียร์บอลให้พ้นจุดอันตรตายได้เฉลี่ยแล้ว 1.3 หนต่อเกม มากกว่า 3 มิดฟิลด์ ลิเวอร์พูล ด้วย

    - วางบอลยาวแม่น
    81.2 เปอร์เซ็นต์ คือค่าเฉลี่ยการผ่านบอลเข้าเป้าของ เนเวส กับการเล่น พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ ซึ่งเขาสู้ทั้ง ไวจ์นัลดุม (91.1 เปอร์เซ็นต์), ฟาบินโญ่ (85.3 เปอร์เซ็นต์) และ มิลเนอร์ (84.6 เปอร์เซ็นต์) ไม่ได้แม้แต่คนเดียว

    อย่างไรก็ตาม ถ้านับเฉพาะการผ่านบอลยาวเพียงอย่างเดียวแล้วนั้น ดาวเตะวัย 22 ปีก็ทิ้งห่าง 3 มิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล แบบไม่เห็นฝุ่น โดยเขามีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลยาวเข้าเป้าหมายอยู่ที่ 6.1 ครั้งต่อเกม โดย ฟาบินโญ่ กับ มิลเนอร์ ทำได้เพียง 2.6 ครั้งต่อเกมเท่านั้น ส่วนของ ไวจ์นัลดุม อยู่ที่ 1.6 ครั้งต่อนัด

    การวางบอลยาวได้แม่นยำแบบนี้มันมีส่วนทำให้เกมรุกของ วูล์ฟส์ ดูดีในระดับหนึ่งในฤดูกาลนี้ และส่งผลให้เขาทำแอสซิสต์ในลีกประจำฤดูกาลนี้ไปแล้ว 3 หนด้วย โดยถ้าเทียบกับ 3 คนในเบื้องต้นของ ลิเวอร์พูล เขาก็เป็นรองด้านแอสซิสต์ในลีกแพ้แค่ มิลเนอร์ เพียงคนเดียว หลังจาก มิลเนอร์ มียอดแอสซิสต์ในลีกประจำซีซั่นนี้ 4 หน

    - ยิงไกลได้น่าประทับใจ
    คนเป็นกองกลางไม่ได้มีหน้าที่แค่ผ่านบอล หรือจ่ายบอลเพียงอย่างเดียว เมื่อมีโอกาสลองทำประตูแล้วนั้นพวกเขาก็ต้องทำสกอร์ให้ทีมให้ได้ด้วย ซึ่งบางครั้งช่องว่างเวลาอยู่นอกกรอบเขตโทษมันจะมีมากกว่าตอนอยู่ในกรอบเขตโทษ จนทำให้การยิงนอกกรอบเป็นทางเลือกที่ต้องทำ

    ทั้งนี้ ฟาบินโญ่, ไวจ์นัลดุม, มิลเนอร์ ไม่ตอบโจทย์ด้านนี้มากเท่าไหร่ เพราะถึงแม้พวกเขาจะได้ลงเล่นในลีกหลายนัด แต่ตลอดทั้งฤดูกาลนี้ทั้ง 3 คนที่ว่าสามารถทำประตูในลีกจากการยิงนอกกรอบได้รวมกันแล้วเพียง 1 หนเท่านั้น

    ขณะที่ เนเวส สามารถทำประตูจากการยิงนอกกรอบในลีกของฤดูกาลนี้ได้ 2 ลูก ซึ่งแน่นอนว่านั่นไม่ใช่ตัวเลขที่มากมายอะไร ต่อให้จะยังเยอะกว่าทั้ง 3 คนในเบื้องต้นรวมกัน แต่ที่จริงเขาถือว่าเป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านการยิงนอกกรอบมากคนหนึ่ง เพราะในฤดูกาล 2017-18 ซึ่งเป็นตอนที่ วูล์ฟส์ ยังอยู่ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เขาก็ทำประตูจากลูกยิงนอกกรอบได้ 6 ลูกด้วยกัน