x
x

เจ๊า4นัดติด! "สิงห์"ฝืดแท้เสมอจิ้งจอก10คนชนิดไร้สกอร์

"สิงห์บลูส์" แชมป์เก่าไร้ความเฉียบคม หลังทำอะไร "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เหลือแค่10คนไม่ได้ เจ๊ากันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 เป็นการเสมอ 4 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการของ เชลซี แถมยังไม่ชนะทีมใดนับแต่ขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมา ชวดขึ้นรองจ่าฝูง รั้งอันดับ 3 แต้มเท่า "ปีศาจแดง" แต่ลูกได้เสียเป็นรอง ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2561
เชลซี 0 - เลสเตอร์ 0

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์


    อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" ปรับทัพเล็กน้อย ใช้ ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้ บู๊กลางแทน แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ส่วน เลสเตอร์ ได้ เจมี่ วาร์ดี้ คืนแนวรุกหลังหายเจ็บ

    เชลซีเปิดฉากบุกใส่ตั้งแต่ต้น แต่เลสเตอร์ ต้านไว้ได้ แถมยังเกือบขึ้นนำ ใน น. 7 จากจังหวะกระชากขึ้นทางซ้ายของ เบน ชิลล์เวลล์ เปิดให้ ชินจิ โอคาซากิ ชาร์จข้ามคาน

    เกมทางซ้ายของ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" ยังสร้างโอกาสได้ติดๆ กัน ชิลล์เวลล์ เปิดโค้งให้วาร์ดี้ ยิงดีดหลุดข้างเสานิดเดียว

    ทีมเยือนกดดันไม่ให้แชมป์เก่าพัก ริยาด มาห์เรซ เตะมุมจากขวา วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ โหม่งสะบัดติดมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ขณะที่อีกฟาก เอแด็น อาซาร์ จ่ายให้ เชส ฟาเบรกาส ซัดติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ใน 15 นาทีแรก

    น. 17 แม็ตตี้ เจมส์ โดนเหลืองคนแรกของเกม หลังไปตัดเกมใส่ก็องเต้ แต่ฟาเบรกาส เปิดฟรีคิกเสียเปล่าไปเข้ามือชไมเคิ่ล

    ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกยังเป็นเลสเตอร์ที่ดีกว่า ขณะที่เชลซีผิดพลาดบ่อยเองบ่อย แถม แกรี่ เคฮิลล์ ยังเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาต้องเปลี่ยนตัวออกให้ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ลงสนามแทน

    เลสเตอร์ ยังอันตรายต่อเนื่อง วาร์ดี้ วางข้ามฟากให้มาห์เรซ โยกทางปีกขวาก่อนเปิดผ่านหน้าประตู ตามด้วยลูกยิงของ มาร์ก อัลไบรท์ตัน หลุดกรอบอีกในช่วงท้ายครึ่งแรก

    เชลซี มีโอกาสบ้างจากลูกยิงไกลของฟาเบรกาส แต่โดนชไมเคิ่ล ปัดข้ามคาน หมดครึ่งแรกเสมอ 0-0 แบบไม่น่าเชื่อ

    ครึ่งหลัง เชลซียังอาการไม่ดี แถมเกือบพลาดท่าเสียจุดโทษ เมื่อ มาห์เรซ ลากจี้เข้าเขตโทษ จังหวะสุดท้ายติดขา คริสเตนเซ่น ล้มลง ทว่าผู้ตัดสิน ไมค์ โจนส์ ยังเฉย

    แดนกลางเจ้าถิ่นยังคุมเกมไม่ได้ มาห์เรซ ยังหาช่องยิงแฉลบขากองหลังถากเสานิดเดียว ร้อนถึงคอนเต้ ต้องเปลี่ยนสำรองอีก 2 คน โดยถอด อาซาร์ กับฟาเบรกาส ให้ เปโดร กับ วิลเลี่ยน ลงแทนเมื่อเข้าสู่หนึ่งชั่วโมงเต็ม

    อย่างไรก็ดี เลสเตอร์มาเหลือ 10 คน เมื่อชิลล์เวลล์ ที่โดนเหลืองไปไม่นาน เข้าบอลหนักใส่ วิคเตอร์ โมเสส ทำให้เชิ้ตดำชูเหลืองใบที่สองให้แบ็กซ้ายทีมเยือน ใน น. 68 แต่จากฟรีคิก วิลเลี่ยน เปิดไม่ได้ลุ้นเข้ามือชไมเคิ่ล

    ทีมเยือนปรับทัพใหม่ใน 20 นาทีท้าย โคล้ด ปูแอล ถอด โอคาซากิ หัวหอกญี่ปุ่น ให้ คริสเตียน ฟุคส์ ลงยืนแบ็กซ้ายตำแหน่งเดิม

    เจ้าถิ่นเปิดฉากบุกใส่ด้วยคนมากกว่า ก็องเต้ ซัดไกลเต็มข้อไม่ผ่านมือชไมเคิ่ลเพื่อนเก่า ขณะที่วิลเลี่ยน ยิงบดจากริมเขตโทษทางขวา นายทวารเดนส์รับเข้าซอง

    หมดเวลา แบ่งแต้มกันไปด้วยสกอร์ 0-0

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    เชลซี : ติโบต์ กูร์กตัวส์, เซซาร์ อัสปิลิกวยต้า, แกรี่ เคฮิลล์ (อันเดรียส คริสเตนเซ่น น. 33), อันโตนิโอ รือดิเกอร์, วิคเตอร์ โมเสส, ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้, เอ็นโคโล่ ก็องเต้, เชส ฟาเบรกาส (วิลเลี่ยน น. 58), มาร์กอส อลอนโซ่, เอแด็น อาซาร์ (เปโดร น. 58), อัลบาโร่ โมราต้า

    สำรอง : วิลลี่ กาบาเยโร่, ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า, มิชี่ บาตชูอายี่, ดาวิด ลุยซ์
   
    เลสเตอร์ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, ดาเนี่ยล อมาร์ตี้, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช, เบน ชิลล์เวลล์, ริยาด มาห์เรซ, วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้, แม็ตตี้ เจมส์ (บีเซนเต้ อีบอร์ร่า น. 90), มาร์ก อัลไบรท์ตัน, เจมี่ วาร์ดี้ (ดีมาราย เกรย์ น. 82), ชินจิ โอคาซากิ (คริสเตียน ฟุ้คส์ น. 73)

    สำรอง : เคเลชี่ อีเฮนาโช่, เบน เฮเมอร์, อิสลาม สลิมานี่, โยอัน เบนาลูอาน
   
    ผู้ตัดสิน : ไมค์ โจนส์